เพลิโอ ไดเอ็ต “กินแบบมนุษย์ถ้ำ”

“Paleo Diet”
วันนี้ King Organic มีเทรนด์การกินแบบใหม่ที่เรียกว่า ” “Paleo Diet” (อ่านว่าเพลิโอ้) หรือ Caveman Diet มาแนะนำให้ได้รู้จักกันค่ะ เทรนด์นี้เริ่มได้รับความนิยมในหมู่ดาราฮอลลีวู้ดมาพักใหญ่แล้ว โดยมีเซเลบตัวแม่อย่าง ไมลีย์ ไซรัส, เมแกน ฟ็อกซ์,คริสติน่า อากิเลร่า, เจสสิก้า บีล และสาวเอวมดอย่างแอนน์ แฮทธาเวย์ เป็นผู้นำเทรนด์ แม้แต่พ่อหนุ่มกล้ามสวยอย่าง แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ และอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน ก็ยัง Go Paleo กับเค้าด้วย เทรนด์นี้มันเป็นยังไงและมีดียังไง เราไปรู้จักกันเลยค่ะ
เทรนด์นี้ท่านได้แต่ใดมา ? 😎
Paleo มาจากคำว่า Paleolithic ที่แปลว่ายุคหินเก่า Paleo Diet จึงเป็นการกินอาหารที่ได้จากธรรมชาติ ไม่ผ่านการแปรรูป อย่างที่มนุษย์ยุคหินสมัยโน้นกินกัน อาหารที่จัดเป็นอาหารแบบเพลิโอ้ก็เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชต่างๆ เหตุผลของการกินเพลิโอ้มาจากความเชื่อที่ว่าในทางพันธุกรรมนั้น ร่างกายมนุษย์เราไม่เหมาะกับอาหารการกินอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งรวมไปถึงพืชที่ได้จากการเพาะปลูกและเนื้อสัตว์ที่มาจากฟาร์มเลี้ยงด้วย แนวคิดแบบเพลิโอเชื่อว่าการกินอาหารที่ผ่านการแแปรรูปทั้งหลายนี่แหละเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรคที่คนยุคนี้เป็นกันอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ ดังนั้น มนุษย์จึงควรย้อนกลับไปกินอาหารที่ดีกับร่างกายตัวเองมากที่สุด ซึ่งก็คืออาหารที่ได้จากธรรมชาติและการล่าสัตว์อย่างที่มนุษย์ยุคหินกินกันนั่นเอง
Paleo Diet มีประโยชน์ในการควบคุมน้ำหนัก จึงเหมาะกับผู้ที่กำลังลดความอ้วน และช่วยในการรักษาน้ำหนักให้คงที่ไม่ให้อ้วนเกินไปหรือผอมเกินไป นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องควบคุมอาหาร อย่างคนที่แพ้กลูเต็นหรือผลิตภัณฑ์นมด้วย การกินแบบเพลิโอ้ไม่ใช่การกินมังสวิรัติ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์ ตรงกันข้าม แนวคิดนี้เน้นให้ทานเนื้อสัตว์อย่างเพียงพอ โดยในแต่ละมื้อควรมีเนื้อสัตว์อยู่ประมาณ 4-8 ออนซ์ และสามารถทานได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม การกินเพลิโอ้อย่างเข้มงวดนั้นอาจไม่เหมาะกับวิถีชีวิตในปัจจุบันสักเท่าไหร่ (ก็สมัยนี้เราจะไปล่าสัตว์กันที่ไหนล่ะ!) แถมยังมีกฎเกณฑ์ปลีกย่อยอีกมากมายที่ยากจะทำตามได้หมด ดังนั้น หากใครจะหันมากินเพลิโอ้ก็น่าจะเลือกเดินทางสายกลาง หรือตามที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนแนะนำก็คือกินเพลิโอ้เพื่อหวังผลในระยะสั้นๆ แล้วค่อยหันกลับมากินอาหารตามปกติ ส่วนอาหารที่ชาวเพลิโอ้ควรกิน และอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ก็เช่น
อาหารที่ควรกิน 🌾🥑🍅🌶️
– ผลไม้ และผักต่างๆ โดยเฉพาะผักใบเขียว
– เมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดแฟลกซ์
– ถั่วบางชนิด เช่น อัลมอนด์ พีแคน เชสต์นัท วอลนัท มะม่วงหิมพานต์ ฯลฯ (ถั่วประเภทที่ฝรั่งเรียกว่า nuts)
– เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่กินหญ้า หรือสัตว์ที่ได้มาจากการล่า
– ปลา โดยเฉพาะปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น แซลมอน ทูน่า
– น้ำมันที่ได้จากผลไม้และถั่วต่างๆ เช่น น้ำมันมะกอก วอลนัท เมล็ดแฟลกซ์ แมคคาเดเมีย อะโวคาโด และมะพร้าว ซึ่งเป็นแหล่งของไขมันดี
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง 🙅‍♀️🙅‍♂️
– เมล็ดข้าวประเภทต่างๆ เช่น ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์
– พืชมีฝัก และถั่วบางชนิด เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วเลนทิล ถั่วลิสง ถั่วลันเตา ฯลฯ (ถั่วประเภทที่ฝรั่งเรียกว่า beans หรือ peas)
– ผลิตภัณฑ์นมต่างๆ ชาวเพลิโอ้เชื่อว่าการบริโภคนมจะทำให้ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตในรูปแบบแลคโตสมากเกินไป และผลิตภัณฑ์นมส่วนใหญ่ยังมาจากวัวที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดและฮอร์โมนอีกด้วย
– เกลือ และน้ำตาลขัดสี
– มันฝรั่ง
– อาหารที่ผ่านการแปรรูป และขนมทุกชนิด
แม้จะมีกฎเกณฑ์หยิมย่อยมากมาย แต่ก็เห็นได้ว่าเทรนด์นี้ก็เช่นเดียวกับเทรนด์การกินเพื่อสุขภาพอื่นๆ ที่เน้นการกินเนื้อสัตว์ออร์แกนิกและผักสด แต่ที่สำคัญอาหารนั้นต้องไม่ผ่านการแปรรูป และควรได้มาจากธรรมชาติไม่ใช่การเลี้ยง ดังนั้นผู้ที่หันมาทานเพลิโอ้จึงต้องพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบประกอบอาหารเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผักใบเขียวและผลไม้ เพราะสำหรับ Paleo Diet ผักเป็นแหล่งสำคัญของไฟเบอร์และคาร์โบไฮเดรต ส่วนผลไม้เป็นแหล่งของน้ำตาลธรรมชาติที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นจึงต้องกินทั้งสองอย่างนี้ให้เพียงพอค่ะ
🍅🥑🌾 ซื้อผักออร์แกนิกจากผู้ผลิตคุณภาพ ปลอดภัยมากกว่า มั่นใจมากกว่า
🍓🌽🍍 King Organic ผู้นำด้านผักผลไม้ออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ปลอดภัย มั่นใจ 100%
Line ID: @kingorganic